มะเร็งเต้านมชายพบมากในชายสูงวัย

ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ มะเร็งเต้านมชายพบมากในชายสูงวัยมากกว่าชายวัยหนุ่ม แต่ก็มีผู้ชายที่มีแนวโน้มป่วยด้วยโรคนี้สูง มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย สถิติจากสถาบันมะเร็งบอกว่าผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 28.6 คนต่อประชากร 1 แสนคน และมีอัตราการเกิดโรคและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน มะเร็งเต้านมในผู้ชายกลับมีการพูดถึงน้อยมาก ข้อมูลในสหรัฐระบุว่า มะเร็งเต้านมในผู้ชายมีอัตราราวร้อยละ 1 ของมะเร็งเต้านมที่พบทั้งหมด คิดเป็นตัวเลขราว 2,500 คน จากจำนวนนี้พบว่ามีผู้เสียชีวิตราว 500 คนต่อปี มะเร็งเต้านมชายพบมากในชายสูงวัยมากกว่าชายวัยหนุ่ม แต่ก็มีผู้ชายที่มีแนวโน้มป่วยด้วยโรคนี้สูงเช่น มีญาติพี่น้องผู้หญิงป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม หรือมีความไวต่อการรับฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือมีโครโมโซมเป็น XXY มีข้อมูลว่าผู้ชายที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมราว 1 ใน 5 มีประวัติครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม และมียีน BRCA ซึ่งเป็นยีนที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมอยู่ในร่างกาย นอกจากนี้การบริโภคแอลกอฮอล์มาก หรือเป็นโรคอ้วน ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้มะเร็งถามหาเช่นกัน แม้ว่าสถิติของผู้ชายป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมจะน้อย แต่แพทย์ส่วนใหญ่ต่างระบุว่า ผู้ชายไม่ค่อยรู้ตัวและปล่อยให้มะเร็งลุกลามจนเกินขั้นรักษา ผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมเข้ารับตรวจเต้านม (mammogram) ตอนอายุราว 40 ปีขึ้นไป แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่เคยตรวจเต้านมเลยตลอดทั้งชีวิต เพราะคิดว่าโรคนี้ไม่มีทางเกิดกับตน อาการเริ่มต้นที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ เริ่มมีก้อนเนื้อที่หน้าอก เช่นเดียวกับมะเร็งเต้านมในผู้หญิง แต่ผู้ชายมีเนื้อเยื่อหน้าอกน้อยกว่าทำให้สังเกตได้ยาก ผู้ชายส่วนใหญ่จะเริ่มรู้ว่าตนเองมีก้อนเนื้อก็ต่อเมื่อมะเร็งเริ่มลามไปถึงหัวนม หรือมีเลือดออกบริเวณหัวนม แต่ก็เป็นสัญญาณว่าอาการลุกลาม และก้อนเนื้อมะเร็งที่อยู่ในหน้าอก ก็อาจลุกลามไปยังระบบต่อมน้ำเหลืองเสียแล้ว การรักษามะเร็งเต้านมชาย ไม่แตกต่างจากการรักษามะเร็งเต้านมของผู้หญิง ขึ้นอยู่กับอาการของโรคและดุลพินิจของแพทย์ว่าจะต้องใช้วิธีการใด ได้แก่ การตัดเนื้อเยื่อหน้าอกออก การฉายแสง การทำคีโม หรือใช้ฮอร์โมนรักษาให้เนื้อมะเร็ง ซึ่งไวต่อฮอร์โมนเพศหญิงหายไป คำแนะนำของแพทย์ส่วนใหญ่ในการป้องกันมะเร็งเต้านมชายคือ หมั่นตรวจเช็กร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละครั้ง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และรู้จักสังเกตร่างกายตัวเองด้วยการคลึงเต้านมเหมือนการตรวจเต้านมผู้หญิง ถึงแม้จะไม่เจอ แต่ถ้ารู้สึกว่าหน้าอกตนเองผิดปกติก็ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว และอย่าคิดว่าตนเองไม่น่าจะป่วยด้วยโรคแบบนี้ มิฉะนั้นอาจสายเกินแก้ได้ ขอบคุณที่มา > rajavithi

การวางแผนการรักษามะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมระยะที่หนึ่ง           การถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ก่อให้เกิดความกลัวและความตื่นตระหนกได้ แต่ถ้าคุณได้ทราบว่าเป็นระยะแรกก็คงใจชื้นขึ้น เนื่องจากมะเร็งในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้ทุเลาลงได้ อัตราการรอดชีวิตสำหรับมะเร็วเต้านมระยะที่หนึ่งยังสูงมากอีกด้วย           ระยะของโรคมะเร็งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย คุณจะได้รับการตรวจอีกมาก ก่อนจะได้การวินิจฉัยอย่างถูกต้องครอบคลุม และการวางแผนการรักษา และในบทความนี้จะขอพาทุกท่านมารู้จักทางเลือกในการรักษาต่าง ๆ กันก่อน เพื่อเลือกทางที่เหมาะสมก่อนจะเริ่มการรักษา   มะเร็งเต้านมระยะแรก           มะเร็งเต้านมระยะแรก เป็นระยะที่มีก้อนขนาดเล็กมาก หรือเป็นเพียงกลุ่มของเซลล์มะเร็งในเต้านม หรือในต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง มะเร็งเต้านมระยะแรกจะถูกจัดเป็น T0N0M0 ในการจัดระบบแบบ TNM  (TNM system) โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการให้คะแนนสำหรับก้อนมะเร็ง (tumor) การกระจายไปต่อมน้ำเหลือง (node status) และการแพร่กระจายไปยังที่อื่น (metastasis)           ถ้ามะเร็งของคุณถูกจัดเป็น T1 นั่นหมายความว่าก้อนมีขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 2 เซนติเมตร อาจมีการแพร่กระจายในระดับที่ตามองไม่เห็น (micrometastasis) ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.1 เซนติเมตร ถ้าไม่พบก้อนในเต้านม แต่พบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง ก็จะถูกจัดเป็น N1           มะเร็งเต้านมระยะ 1A: คุณมีก้อนขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร และไม่มีก้อน หรือเซลล์มะเร็งนอกเต้านม           มะเร็งเต้านมระยะ 1B: เป็นได้อย่างน้อยสองสถานการณ์           1. มีก้อนขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร หรือมีกลุ่มเซลล์มะเร็งเล็ก ๆ ในต่อมน้ำเหลือง           2. ไม่มีก้อนในเต้านม แต่มีกลุ่มเซลล์มะเร็งขนาดใหญ่กว่า 2 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 2 เซนติเมตร ในต่อมน้ำเหลือง           มะเร็งเต้านมระยะ 1B แบบอื่นที่เป็นได้:อาจมีทั้งก้อนขนาด 2 เซนติเมตรในเต้านม และมีการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง   อัตราการรอดชีวิตสำหรับมะเร็งเต้านมระยะที่หนึ่ง           จากข้อมูลของ National Cancer Database อัตราการรอดชีวิตที่ระยะห้าปีเป็น 100% สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาครบ ทั้งนี้ อัตราการรอดชีวิตที่ระยะห้าปี ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีชิตอยู่ได้แค่ห้าปีหลังจากได้รับการวินิจฉัย           ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะได้พบแพทย์ต่อเนื่องเป็นเวลาห้าปี เพื่อติดตามให้แน่ใจว่าการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่จำเป็นต้องมีการรักษาสำหรับการเป็นซ้ำ ซึ่งหากสามารถควบคุมโรคได้เป็นเวลานานขนาดนั้นแล้ว โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกก็ลดลงมาก คุณอาจต้องเผชิญกับโรคและภาวะอื่น ๆ แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมระยะที่หนึ่ง กล่าวโดยสรุปคือ การพยากรณ์โรคดีมาก การรักษามะเร็งเต้านมระยะที่หนึ่ง           ปัจจัยหลายอย่างมีผลต่อการเลือกการรักษา ทั้งลักษณะความรุนแรงของเซลล์มะเร็ง (Tumor grade), ฮอร์โมน, HER 2/neu status, การกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง, ขอบเขตของการผ่าตัด (surgical margin) และสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker score) ระยะของโรคเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยที่ทั้งคุณและแพทย์ผู้รักษาต้องนำมาร่วมพิจารณาเพื่อวางแผนการรักษา           การรักษาอาจจะเป็นเพียงแค่การตัดก้อนมะเร็งออก (Lumpectomy) ร่วมกับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซ็นติเนล (Centinel node biopsy) ต่อด้วยการฉายแสงและให้ฮอร์โมนบำบัดเป็นเวลาห้าปี แต่หากก้อนมะเร็งอยู่ลึก หรือมีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัวที่ชัดเจน การตัดเนื้อเต้านมร่วมกับการเสริมสร้างเต้านมหลังการผ่าตัด (Skin sparing mastectomy with immediate reconstructions) ร่วมกับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อดูเรื่องการกระจายของโรค ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา           ไม่ว่าจะผ่าตัดด้วยวิธีใดก็ตาม แพทย์จะแนะนำให้มีการรักษาร่วมเพิ่มเติมเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งการรักษาดังกล่าวอาจรวมถึงการฉายแสง การให้ยาเคมีบำบัด ฮอร์โมนบำบัด หรืออาจใช้หลายแบบร่วมกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาในแง่อื่น   การพยากรณ์โรค และอารมณ์ของคุณ           เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่หนึ่ง คุณอาจมองหากลุ่มช่วยเหลือ หรือผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่ได้รับการวินิจฉัยคล้าย ๆ กัน ซึ่งเป็นความคิดที่ดีเนื่องจากคุณจะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์มาก่อน อย่างไรก็ตาม อารมณ์ความรู้สึกของคุณอาจจะอ่อนไหวมากพอ ๆ กันกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายได้ แม้ว่าความจริงแล้วการพยากรณ์โรคจะแตกต่างกันอย่างมาก           ใครก็ตามที่ถูกบอกว่า “คุณเป็นมะเร็งนะ” ก็คงจะมีอารมณ์หลากหลาย ทั้งกลัว กังวล สับสน ตื่นตกใจ กล่าวโทษสิ่งอื่น ๆ และหวังว่าจะยอมรับได้ อารมณ์ของคุณเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นมะเร็งระยะไหนก็ตาม คนที่ระยะโรครุนแรงกว่าคุณอาจจะช่วยเหลือคุณได้ แต่พวกเขาอาจจะเพิกเฉยต่อความรู้สึกของคุณ อย่าให้สิ่งนี้มาเป็นสิ่งรบกวนจิตใจของคุณ แต่ให้จดจ่ออยู่กับการฟื้นตัวและการต่อสู้กับโรคของตนเอง จงมีความหวัง และมุ่งมั่น วางแผนสำหรับการมีชีวิตอยู่ต่อไป และช่วยเหลือผู้อื่นที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับคุณ       ขอบคุณที่มา  >> honestdocs

Support by |Nolvadex