ระยะของมะเร็งเต้านม

ระยะการเกิดมะเร็งเต้านม ระยะ 0 เป็นระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ซึ่งยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม ระยะ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง ระยะ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือไม่ก็ได้ หรือมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ระยะ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ระยะ 4 มะเร็งแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ แล้ว ขอบคุณที่มา  wikipedia

ปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

          ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม โดยพบบ่อยในหญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป            หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ รวมทั้ง ผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีอัตราเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นใหม่สูงกว่าคนปกติด้วย          ผู้ที่มีบุตรหลังอายุ 30 ปี รวมทั้ง หญิงที่ไม่เคยมีบุตร จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น ธุ์ของยีน เช่น การเกิดการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 สามารถทำให้เกิดมะเร็งเต้านม และสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้           ผู้หญิงที่มีเต้านมเต่งตึงกว่าอายุ เช่น หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และมีความหนาแน่นของเต้านมมากกว่าร้อยละ 75 จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ          ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาตั้งแต่อายุก่อน 12 ปี หรือ ประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 55 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ง่ายกว่าคนปกติ           ผู้ที่รับประทานฮอร์โมนเพศหญิง รวมทั้ง ผู้ที่ได้รับยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน อาจเกิดมะเร็งเต้านมมากยิ่งขึ้น การสูบบุหรี่ทำให้เพิ่มโอกาสในการเกิดเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น   ขอบคุณที่มา   th.wikipedia.org

อาการของมะเร็งเต้านมและการวินิจฉัยโรค

           ก้อนหรือติ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในเต้านมเป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดของโรคมะเร็งเต้านม            เนื่องจากการทำแมมโมแกรมเพื่อคัดกรองผู้ป่วยกลายเป็นวิธีที่นิยมใช้ตรวจมะเร็งเต้านมมากขึ้น จำนวนผู้ป่วยที่ถูกตรวจพบก่อนแสดงอาการจึงเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามในบางกรณีการตรวจด้วยแมมโมแกรมก็อาจพลาดได้เช่นกัน ทั้งจากการตรวจที่ผิดพลาดหรือความจริงที่ว่าไม่สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมได้ถึง 15% เลยทีเดียว (เรียกกันว่า “ mammographically occult cancer”) และผู้หญิงหลายคนมีเหตุผลมากมายที่จะไม่เข้าตรวจด้วยแมมโมแกรมตามที่แพทย์แนะนำ            อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 5 อย่างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม อาการ          แม้ว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการใดๆจนกว่าจะตรวจพบโรคจากการทำแมมโมแกรม แต่สัญญาณของมะเร็งเต้านมที่พบได้บ่อยก็คือมีก้อนที่เต้านม ก้อนในเต้านมที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นมะเร็งนั้นจะไม่เจ็บ แข็ง และไม่เคลื่อนที่ ทั้งยังมีขอบแปลกๆ แต่บางที่มะเร็งเต้านมก็มีลักษณะอ่อนนุ่มหรือเป็นกลมๆ ทั้งยังอาจเจ็บปวดด้วย แม้อาการด้านล่างนี้จะสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งเต้านม แต่ถ้าคุณมีอาการแล้วล่ะก็ คุณควรไปพบแพทย์ ซึ่งอาการที่ว่าได้แก่: เต้านมมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไป มีก้อนหรือแผ่นหนาภายในหรือใกล้ๆเต้านม หรืออยู่บริเวณใต้วงแขน เต้านมบวมทั้งหมดหรือแค่บางส่วน (ถึงแม้ว่าจะไม่รู้สึกว่ามีก้อนใดๆก็ตาม) ระคานเคืองผิวบริเวณหน้าอก ผิวหนังบริเวณเต้านมย่น หรือผิวโบ๋เป็นหลุมเหมือนผิวส้ม (เรียกว่า “peau d’orange”) เจ็บที่เต้านมหรือหัวนม หัวนมบุ๋ม หัวนม ขอบรอบหัวนม(บริเวณผิวคล้ำรอบหัวนม)หรือผิวเต้านมมีสีแดง เป็นสะเก็ดหรือหนาขึ้น มีของเหลวที่ไม่ใช่น้ำนมไหลออกจากหัวนม          บางครั้งมะเร็งเต้านมลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้แขนหรือรอบๆกระดูกไหปลาร้าและทำให้เกิดก้อนหรือมีอาการบวมขึ้นที่บริเวณนั้นๆ ก่อนที่เนื้องอกในเนื้อเยื่อเต้านมจะเริ่มใหญ่มากพอที่เราจะรู้สึกได้ หากพบว่าต่อมน้ำเหลืองคุณบวม คุณต้องพบแพทย์ในทันที  การวินิจฉัยมะเร็งเต้านม           การทดสอบและกระบวนการที่ใช้วินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม ได้แก่  การตรวจเต้านม (Breast exam): เพื่อตรวจหาก้อนหรือความผิดปกติของเต้านม โดยแพทย์จะคลำหน้าอกทั้งสองข้างรวมไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ด้วย  การตรวจภาพรังสีเต้านม แมมโมแกรม (Mammogram): การตรวจคัดกรองด้วย        แมมโมแกรมจะเอ็กซ์เรย์เต้านมของคุณเพื่อตรวจพาสิ่งผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆในเต้านมของคุณ หากมีอะไรน่าสงสัยแพทย์จะให้คุณตรวจวินิจฉัยด้วยแมมโมแกรมเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติดังกล่าวได้ใกล้ชิดชัดเจนยิ่งขึ้น อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ในการอัลตราซาวนด์ คลื่นเสียงจะสร้างภาพโครงสร้างลึกๆภายในร่างกาย การอัลตราซาวนด์เต้านมอาจช่วยแยกระหว่างก้อนแข็งหรือถุงของเหลวที่อยู่ภายในเต้านม    การตัดชิ้นเนื้อตรวจวินิจฉัย (Biopsy): ในการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจนั้น ตัวอย่างเนื้อเยื่อจะถูกตัดออกจากเต้านมและส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์  ที่ห้องปฏิบัติการจะมีการกำหนดชนิดของเซลล์ที่เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ความรุนแรงของมะเร็ง และพิจารณาว่าเซลล์มะเร็งนั้นมีอวัยวะรับสัมผัสที่อาจได้รับผลกระทบจากการรักษาหรือไม่  การตรวจเอ็กซ์เรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI):  MRI เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กและคลื่นวิทยุฉายภาพภายในทรวงอก    แพทย์อาจใช้การตรวจหรือกระบวนการอื่นๆวินิจฉัยหากจำเป็น ระยะของมะเร็งเต้านม เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม แพทย์จะทำการตรวจเพื่อพิจารณาว่ามะเร็งของคุณอยู่ในระยะใด การรู้ว่าตอนนี้ระยะของมะเร็งอยู่ในขั้นไหนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีใดนั่นเองแพทย์อาจใช้การทดสอบและกระบวนการดังต่อไปนี้เพื่อพิจารณาว่ามะเร็งของคุณอยู่ในระยะใด การตัดเอาส่วนของต่อมน้ำเหืองไปตรวจ (ต่อมน้ำเหลืองจะถูกตัดออกบางส่วนเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง) การตรวจเลือด ใช้แมมโมแกรมตรวจเต้านมอีกข้าง การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การสแกนกระดูก การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan การถ่ายภาพรังสีระนาบด้วยการปล่อยโพซิตรอน หรือ PET Scan ระยะของมะเร็งเต้านมเริ่มจาก 0 ถึง IV และระยะที่  I ถึง III จะมีระยะย่อยอีกอย่างน้อย 2 ระยะ (IA, IB, เป็นต้น) ระยะที่ร้ายแรงที่สุดคือ ระยะ IV ระยะของมะเร็งพอสังเขป ระยะ 0: มะเร็งยังไม่รุกล้ำหรือเข้าไปอยู่ในท่อน้ำนม lobules หรือหัวนม ระยะ I: มะเร็งเริ่มก่อเป็นเนื้องอกขนาด 2 เซนติเมตรหรือเล็กกว่าและไม่มีการลุกลามออกมานอกเต้านม ยกเว้นว่าอาจจะมีกลุ่มของเซลล์มะเร็งเล็กๆน้อยๆในต่อมน้ำเหลือง ระยะ II: มะเร็งเติบโตขึ้นแต่ก็ยังคงอยู่ในส่วนของเต้านมเท่านั้น หรืออาจลามออกไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆเนื้องอกแต่ก็ไม่มากไปกว่านั้น ระยะ III: มะเร็งลุกลามออกไปนอกเนื้องอกโดยเข้าไปในต่อมน้ำเหลืองและกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ดี ในขั้นนี้มะเร็งจะยังไม่ลามไปถึงอวัยวะอื่นๆ ระยะ IV: อาจเรียกขั้นนี้ว่า มะเร็งเต้านมในระยะแพร่กระจายก็ได้  มะเร็งในระยะนี้จะลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น กระดูก ปอด ตับ หรือสมอง   ขอบคุณที่มา honestdocs.co

3 วิธีตรวจเช็กมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง เเบบง่ายๆ

           การตรวจเช็กเต้านมเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนควรใส่ใจ เพราะหากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ย่อมช่วยให้ไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ และสามารถทำการรักษาแบบตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออก มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้   3 วิธีง่าย ๆ ในการตรวจเช็กมะเร็งเต้านมด้วยตนเองสามารถทำได้ดังนี้   วิธีที่ 1 ตรวจตอนอาบน้ำ สามารถทำได้โดย ใช้นิ้วมือวางราบบนเต้านม คลำและเคลื่อนนิ้วเบา ๆ ให้ครบทุกส่วนของเต้านมทีละข้าง       วิธีที่ 2 ตรวจหน้ากระจก   สามารถทำได้โดย ยืนตัวตรงมือแนบลำตัว ยกแขนให้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ สังเกตลักษณะเต้านมทั้งสองข้าง ยกมือเท้าที่เอว กดสะโพกแรง ๆ ไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งและหดตัว สังเกตลักษณะผิดปกติ   วิธีที่ 3 ตรวจในท่านอน             สามารถทำได้โดย นอนราบยกมือข้างหนึ่งไว้ใต้ศีรษะ ใช้มืออีกข้างตรวจคลำทุกส่วนของเต้านมทีละข้าง เริ่มคลำจากส่วนนอกและเหนือสุดของเต้านม เวียนไปรอบเต้านม ค่อย ๆ เคลื่อนมือเข้ามาเป็นวงแคบ ๆ จนถึงบริเวณเต้านมให้ทั่วทุกส่วน บีบหัวนมเบา ๆ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้สังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติไหลออกมาหรือไม่ สัญญาณเตือนต้องพบแพทย์   หากตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองแล้วพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ควรรีบมาพบแพทย์ ก้อนหรือไตแ